IMAX King of Theater ที่สุดแห่งโรงภาพยนตร์

เขียนโดย: แอดมิน หมวด: รีวิว (Review) วันที่: 2013-07-06 อ่าน: 1052 คอมเมนต์: 0

ทีมงาน LCDTVTHAILAND ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงหนัง Krungsri IMAX สยามพารากอน พร้อมกับชมเครื่องฉาย ระบบการทำงานภายในห้องคอนโทรลและรับฟังการบรรยายจากเจ้าหน้าที่ของ IMAX กันแบบสุด Exclusive พร้อมกันนี้จึงได้นำเอาข้อมูลต่างๆที่น่าสนใจ ซึ่งหลายคนสงสัย และอยากรู้เกี่ยวกับการทำงานของโรงภาพยนตร์ IMAX มาเล่าสู่กันฟัง เชื่อว่าคงคลายข้อสงสัยของแฟนพันธ์แท้จอใหญ่หลายๆคนได้อย่างแน่นอน

IMAX King of Theater
ถ้าที่สุดของ Home Theater คือ Projector จอใหญ่ๆ
ที่สุดของโรงหนังก็คงต้องเป็น IMAX
มาดูกันว่าโรงภาพยนตร์ IMAX มีความพิเศษอย่างไร ?

 
ภาพจากมุมสูงของโรง IMAX ณ สยามพารากอน
 
ผมและทางทีมงาน LCDTVTHAILAND ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงหนัง Krungsri IMAX สยามพารากอน พร้อมกับชมเครื่องฉาย ระบบการทำงานภายในห้องคอนโทรลและรับฟังการบรรยายจากเจ้าหน้าที่ของ IMAX กันแบบสุด Exclusive พร้อมกันนี้จึงได้นำเอาข้อมูลต่างๆที่น่าสนใจ ซึ่งหลายคนสงสัย และอยากรู้เกี่ยวกับการทำงานของโรงภาพยนตร์ IMAX มาเล่าสู่กันฟัง เชื่อว่าคงคลายข้อสงสัยของแฟนพันธ์แท้จอใหญ่หลายๆคนได้อย่างแน่นอน

ระบบภาพและจอรับภาพ
กรุงศรี IMAX สยามพารากอนนั้นจัดได้ว่าเป็นโรงภาพยนตร์แห่งเดียวในเมืองไทยที่มีเครื่อง ฉายระบบฟิล์มขนาด 70 มม. และมีความจุของที่นั่งประมาณ 500 ที่นั่งจัดวางที่นั่งแบบ Stadium โดยคนที่นั่งด้านหน้าจะไม่บังคนข้างหลังในทุกมุมมอง และมีขนาดของจอใหญ่ที่สุด ใหญ่กว่าโรงภาพยนตร์ IMAX ทุกสาขาในเมืองไทยคือมีขนาดใหญ่ถึง 1,380” หรือ กว้าง 30 ม. และสูง ถึง 21 ม. อัตราส่วน 1.43:1 (ในขณะที่โรงภาพยนตร์ทั่วไปมีสัดส่วนอยู่ที่ 2.4:1) ความโค้งของจอ 70 องศา เป็นจอประเภท AT (Acoustic Transparent) เนื้อจอที่ใช้เป็นสี Silver มีระยะห่างจากจอถึงเครื่องฉาย 50 เมตร
 
ที่นั่งแบบ Stadium Seat เล่นระดับ
 
ภาพประกอบเปรียบเทียบขนาดจอ IMAX บนโรงภาพยนตร์ IMAX แต่ละแห่งที่มีฉายในไทย
 
ภาพประกอบจาก geewire.com แสดงขั้นตอนการติดตั้งจอฉายในโรง IMAX
 
 
เครื่องฉายภาพ
ต่อจากเรื่องจอ ก็มาถึงเรื่องของเครื่องฉาย ที่กรุงศรี IMAX พารากอน เป็นระบบ Hybrid คือมีเครื่องฉายที่สามารถ รองรับภาพยนตร์ ได้ทั้ง 2 ระบบ ทั้ง Analog (Film) และ Digital (File) ซึ่งในปัจจุบันภาพยนต์ที่ฉายในระบบ IMAX เป็นระบบ Digital เกือบทั้งหมด และยังมีภาพยนต์ใหม่ๆออกมาอย่างสม่ำเสมอส่วนภาพยนตร์ที่บันทึกมาในระบบฟิล์ม มีน้อยลงมากภาพยนต์ เรื่องล่าสุดที่มีการฉายด้วยระบบฟิล์ม 70 มม. คือเรื่อง Interstellar ของ ผู้กำกับ Christopher Nolan ซึ่งชื่นชอบการถ่ายทำด้วยฟิล์ม IMAX เป็นอย่างมาก จากผลงานที่ผ่านมาเช่น Batman Begins / The Dark Knight / Dark Knight Rises เครื่องฉายทั้งสองระบบมีขนาดใหญ่มากโดยเฉพาะเครื่องฉายระบบ Analog ใช้ฟิล์ม 70 มม. มีแท่นวางฟิล์มที่สูงเกือบเท่าตัวคนเลยทีเดียว และม้วนฟิล์มเองก็มีขนาดใหญ่มากเช่นกันและยังใช้หลอดไฟที่มีกำลังวัตต์สูงถึง 15,000 วัตต์ ความพิเศษอีกอย่างคือเป็นจอภาพยนตร์แบบเต็มพื้นที่ "ตั้งแต่พื้นถึงเพดาน" และกำแพงจนถึงกำแพงอีกด้าน ตัวจอมีความโค้งเล็กน้อยเพื่อโอบล้อมสายตาและรู้สึกเข้าถึงภาพยนตร์มากขึ้น ให้อรรถรสของการรับชมภาพยนตร์ในแบบที่ โรงภาพยนตร์อื่นให้ไม่ได้ 
 
 
หลอดภาพของเครื่องฉาย IMAX ระบบ Digital 2K
 
ส่วนเครื่องฉายในระบบ Digital ก็มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน ออกแบบโดยทีมวิศวกรของทาง IMAX โดยใช้ DLP Projector 2K พัฒนาโดย Christie 2 เครื่องทำงานพร้อมกัน มี Native Contrast ที่ 2000:1 หลอดไฟมีกำลังวัตต์ 6500 วัตต์ และมีความสว่างสูงถึง 33,000 Lumens ต่อเครื่อง นั่นหมายความว่าเมื่อฉายพร้อมกันจะมีความสว่างสูงถึง 66,000 Lumens เลยทีเดียวทำให้การดูภาพยนต์ในระบบ 3D สว่างเพียงพอกับจอภาพขนาดยักษ์ๆของ IMAX อย่างสบายๆสามารถวัดค่าความสว่างได้ถึง 14 Fl. ตามมาตรฐาน ซึ่งกับขนาดจอที่มีขนาดใหญ่มากๆแล้วถือว่าสว่างมาก (Home Theater Projector ทั่วไปจะมีความ สว่างเฉลี่ยอยู่ที่ไม่เกิน 1500-2000 Lumens) ส่วนหลอดภาพมีอายุการใช้งาน 600 ชม. หรือประมาณ 1 เดือนเศษๆ (เปิดวันละประมาณ 15 ชม.) คือจะเปิดเครื่อง และปิดเครื่องเพียงครั้งเดียวในแต่ละวัน ทาง IMAX ต้องสำรองหลอดภาพไว้ตลอดเพราะเปลี่ยนบ่อยมากเมื่อครบตาม ชม. ที่กำหนดตัว Control จะแจ้งให้เปลี่ยนหลอดทันที การควบคุมและสั่งงานเครื่องฉายใช้ระบบ Network สั่งงานผ่านทางเครื่อง Control ซึ่งควบคุมการทำงานทั้งหมด โดยจะ upload file ภาพยนตร์เข้าไปในเครื่องฉายก่อนซึ่งจะมีรหัสปลดล๊อคมาจากทาง IMAX สำหรับการฉายภาพยนตร์ในแต่ละเรื่อง 
 
 
เครื่องฉาย IMAX ระบบ Digital 2K มีขนาดใหญ่มาก!
 
ภาพด้านหน้าของเครื่องฉาย ต้องขอขอบคุณทาง IMAX ด้วยครับที่หาภาพมาให้เราได้รับชมด้านหน้ากันแบบเต็มๆ
 
 
ซ้ายเครื่องฉายแบบใหม่ที่เป็นรบบ Digital 2K
และขวาเครื่องฉายฟิลม์ IMAX ขนาด 70mm
 
ที่วางม้วนฟิลม์
 
แว่น 3 มิติ
แว่น 3D ของโรงภาพยนต์ระบบ IMAX จะมีขนาดใหญ่กว่าโรงภาพยนตร์ทั่วไป และใหญ่กว่าแว่น 3D ที่ใช้ในระบบ Home Theater ค่อนข้างมากเนื่องจากเวลาดูกับจอ IMAX ที่มีขนาดใหญ่ จะได้เห็นภาพได้อย่างเต็มตาไม่มีขอบของกรอบแว่นมากวนตา และไม่ต้องก้มเงยหัวเพื่อดูภาพให้ทั่วทั้งจออีกด้วย อีกทั้งยังให้ความตื้นลึกความคมชัด และมิติของภาพที่ดี มากกว่าการดูภาพ 3D ในระบบอื่นๆอย่างชัดเจน 
 
แว่น 3D กรอบใหญ่ ครอบคลุมสายตา
 
ทดสอบรับชม
จากการดูหนังเรื่อง Captain America Civil War หลายๆฉากทำได้ดีมาก ภาพซ้อนเป็นชั้น และวัตุที่ลอยออกมาจากจอก็ทำได้ดีมาก ฉากต่อสู้กันที่สนามบินภาพดูเต็มตาเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ โดยเฉพาะช่วงที่ Ant Man ขยายตัวใหญ่ขึ้นสัมผัสได้ถึงความใหญ่โต ซึ่งเป็นข้อดีของจอ IMAX ที่โรงภาพยนตร์แบบอื่นให้ไม่ได้ น่าประทับใจมากครับซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของผมที่มาดูภาพยนตร์จากโรงหนัง IMAX เรื่องล่าสุดที่มาดูคือเรื่อง Starwars The Force Awaken ก็สร้างความประทับใจได้มากกว่าการดูจากโรงปกติอีกเช่นกัน ทีเด็ดของโรงภาพยนต์ IMAX อีกอย่างหนึ่งก็คือในการเปิดเครื่องในแต่ละวันจะมีการ Calibrate ทั้งระบบภาพและระบบเสียงทุกครั้ง โดยจะใช้เวลาในการ Auto Calibrate แต่ละครั้งประมาณ 40 นาที โดยระบบภาพจะมีเซ็นเซอร์รับภาพอยู่ตรงกลางระหว่างเครื่องฉาย Digital ทั้ง 2 เครื่อง โดยจะทำหน้าที่วัดแสงที่ปรากฏบนจอภาพ และปรับภาพ  Auto Calibrate ให้โดยอัตโนมัติ
 
เครื่อง Control
 
ระบบเสียง
ส่วนระบบเสียงจะมีไมค์ 3 ตัว ติดตั้งอยู่ตรงประตูทางออกทั้งซ้าย-ขวา และบริเวณกึ่งกลางทางด้านหลังใต้เครื่องฉาย และจะทำการปรับเสียง Auto Calibrate โดยอัตโนมัติเช่นเดียวกับระบบภาพ ซึ่งในขั้นตอนการ Auto Calibrate ภาพและเสียงของ IMAX จะห้ามมีเสียงรบกวน และห้ามมีคนเข้าออกอย่างเด็ดขาดไม่อย่างนั้นอาจต้องเริ่มทำการปรับใหม่อีกครั้งจะทำให้เสียเวลามาก และในกรณีที่มีสิ่งใดที่ผิดปกติเกิดขึ้นทั้งในส่วนของระบบภาพ และระบบเสียงทางตัว Control จะแจ้งข้อมูลไปยังศูนย์ Center ของ IMAX ที่ต่างประเทศเพื่อทำการแก้ไขในทันที จะเห็นว่าทาง IMAX ให้ความสำคัญกับมาตรฐานของระบบ IMAX เป็นอย่างมากเพื่อทำให้ผู้ชมได้ดูภาพยนตร์ได้อย่างเต็มอรรถรส มีคุณภาพสูงสุด และประทับใจในทุกๆครั้งที่รับชมนั่นเอง
 
ไมค์ที่ใช้สำหรับ Auto Calibrate
 
 
ภาพยนตร์ทุกเรื่องที่นำมาฉายใน IMAX จะเป็นระบบเสียงของโดยเฉพาะ นอกจากนี้ลำโพงในโรงก็ได้ใช้วิศวกร ของ IMAX เอง ให้ออกแบบลำโพงขึ้นมาใหม่เพื่อนำมาใช้กับโรงภาพยนต์ระบบ IMAX โดยเฉพาะ สามารถให้เสียงได้ครอบคลุมทั่วทุกจุด ทุกที่นั่ง ระบบ เสียงเป็นระบบ Dolby Digital 5.3 แชนแนล คือมีลำโพงหลัก 5 แชนแนล และ Subwoofer 3 แชนแนล ใช้ Power Amp Mono 8 ตัวแยกขับแต่ละแชนแนลให้กำลัง ขับรวมสูงถึง 30,000 วัตต์ และระบบเสียงทั้งหมดก็ควบคุมผ่านตัวคอนโทรลเช่นกัน
 
 
 
สรุป
มาถึงตรงนี้ทุกท่านคงได้รู้ และเห็นความพิเศษของโรงภาพยนตร์ระบบ IMAX แล้วทั้งในส่วนของโรงภาพยนตร์ เครื่องฉายระบบเสียง และระบบภาพ 3 มิติว่ามีความพิเศษและแตกต่างจากโรงภาพยนตร์ทั่วไปอย่างไร หากท่านใดยังไม่เคยสัมผัสลองหาโอกาสเลือกภาพยนตร์ที่ท่านชื่นชอบแล้วแวะไปดูสักครั้งรับรองว่าทุกท่านจะต้องประทับใจเหมือนผมอย่างแน่นอนครับและขอขอบคุณ Krungsri IMAX ที่ให้โอกาสเยี่ยมชมแบบสุด Exclusive ในครั้งนี้ด้วยครับ
 
 
 
สรุปสุดท้ายเปรียบเทียบกันระหว่างโรงหนังแบบปกติกับโรง IMAX 
 
ปิดท้ายด้วยภาพนี้ ทีมงาน LCDTVTHAILAND กำลังสนทนากับทีมงานของ IMAX อย่างออกรส
อ้างอิงข้อมูลจาก : http://www.lcdtvthailand.com/topic_detail.php?id=1573
ป้ายกำกับ:

เขียนคอมเมนต์

รหัสป้องกันสแปม